การทําฮอร์โมนไข่เร่งดอกมะนาว

การทําฮอร์โมนไข่เร่งดอกมะนาว   4 อย่างที่ต้องเตียมเพื่อทำฮอโมนไข่เร่งดอกมะนาว ไข่ไก่ 5 กิโลกรัม กากน้ำตาล 5 กิโลกรัม ถ้าหาไม่ได้ก็ให้ใช้น้ำตาลทรายแดงแทนได้ครับ (น้ำตาลที่ทำจากอ้อยแบบเป็นผงละเอียด) นมเปรี้ยว 3 ขวด แป้งข้าวหมาก 3 ลูก วิธีทำฮอร์โมนไข่เร่งดอกมะนาว ช่วยเปิดตาดอกมะนาว บดแป้งข้าวหมากให้ละเอียด นำแป้งข้าวหมากที่บดละเอียดแล้วผสมรวมกับนมเปรี้ยว นำไข่ไก่ทั้งเปลือกปั่นให้ละเอียดให้นำส่วนผสมด้านบนมาเทใส่ ผสมกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดงลงในโถปั่นผสมให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝาภาชนะ หมักในที่ร่ม 7-10 วัน ก่อนการใช้ให้เราสังเกตว่าฮอร์โมนไข่ที่เราหมักนั้นหนืดหรือเหลว ถ้าหนืดหรือแห้งมากให้ใช้น้ำมะพร้าวอ่อนเติมลงไปเพื่อลดความหนืดแล้วจึงตวงออกมาใช้ การนำฮอโมนไข่ไปใช้เร่งออกดอกมะนาว ใช้ฮอร์โมนไข่ 50 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ราดลงบริเวณโคนต้นมะนาว พร้อมกับการให้ทางใบโดยใช้ ฮอร์ไข่โมน 10 ซีซี + น้ำตาลทราย 2 ช้อนแกง ต่อน้ำ 20 ลิตร ทำการฉีดพ่นทางใบ ก่อนมะนาวออกดอก 1- 2เดือน โดยให้ทุกๆ 10 […]

เทคนิคการใช้สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินในนาข้าว

สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินแหล่งผลิตปุ๋ยราคาถูกเพื่อชาวนา สารหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินเป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยและคัดแยกสายพันธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำมาใช้ในการเกษตรเพื่อเป็นแหล่งผลิตปุ๋ยราคาถูกให้กับพืชในสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมีคลอโรฟิลล์และไนโตรเจนเอ็นไซม์จึงทำให้สังเคราะห์แสงและตรึงไนโตรเจนในอากาศได้ พวกมันสามารถเปลี่ยนวตถุดิบในอากาศที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดมาเป็นสารอินทรีย์และเมื่อพวกมันสลายตัวก็จะปลดปล่อยสารอาหารให้กับพืชเพราะฉนั้นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินจึงถือเป็นแหล่งผลิตปุ๋ยราคาถูก สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน มีประโยชน์ต่อดินและพืชดังนี้ เพิ่มไนโตรเจนให้กับดิน เนื่องจากสาหร่ายมีความสามารถ ในการเปลี่ยนก็าซไนโตรเจน เป็นสารประกอบไนโตรเจนได้ ส่วนหนึ่งจะนำไปสร้างเซลล์ และปลดปล่อยบางส่วนออกมาในดิน และน้ำรอบๆ เซลล์ของสาหร่าย ทำให้พืชสามารถดึงไปใช้ได้ง่าย ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี สาหร่ายจะปลดปล่อยสารจำพวกฮอร์โมน พืชที่สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ผลผลิตสูง สาหร่ายจะปลดปล่อยออกซิเจนออกมาก ในน้ำที่สาหร่ายเจริญอยู่ในขณะสังเคราะห์แสง ทำให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อื่นๆ ในดิน เจริญเติบโตได้ดี สามารถสลายอินทรีย์วัตถุรอบข้างได้ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงปลดปล่อยธาตุอาหารพืชได้เร็ว เมื่อสาหร่ายขึ้นในดินอย่างหนาแน่น จะทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวอนุภาคของดิน ให้จับกันเป็นโครงสร้าง ทำให้ทนต่อการชะล้างของน้ำฝน และทำให้ดินอุ้มน้ำได้ดี ความร่วนซุยของดิน จะทำให้รากพืชชอนไชเจริญเติบโตได้ดี ทำให้การระบายอากาศเป็นไปได้ดีขึ้น เรามาดูวิธีใช้สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินในนาข้าวกันเลยครับ ปรับแต่งดินตามคันนาอย่าให้น้ำรั่วหรือใหลออกจากนาป้องกันการสูญเสียปุ๋ย ในนาดินเหนียว ให้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 16-20-0 ในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่และในนาดินทรายให้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 16-16-8 ในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านให้ทั่วพื้นที่สำหรับนาดำใส่ก่อนปักดำข้าว 1 วัน หรือหลังปักดำ 7-10 วัน และในนาหว่านให่ใส่ปุ๋ยเคมีหลังข้าวงอก […]

ปุ๋ยชีวภาพ-จุลินทรีย์ตัวน้อยๆ

ปุ๋ยชีวภาพสิ่งมีชีวิตจิ่วที่สามารถทำให้พืชเราโตได้ ปุ๋ยชีวภาพฟังดูเหมือนคุ้ยเคยและรู้จักกันดีเพราผมเชื่อว่าเกษตรกรน่าจะได้ยินกันบ่อยๆแต่รู้หรือไม่ว่าปุ๋ยชีวภาพแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไรมีคุณสมบัติเช่นไรถึงจะเรียกว่าปุ๋ยชีวภาพวันนี้ผมจะพาเรามาทำความรู้จักกับปุ๋ยชีวภาพเพื่อการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและถ้าเราต้องจ่ายเงินเพื่อแลกมาเราก็ควรที่จะรู้ว่าสิ่งที่เราต้องแลกมาด้วยเงินนั้นมันคุ้มค่ากับราคาหรือไม่ มาดูกันเลยครับ “ปุ๋ยชีวภาพ” ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2550 (มาตรา 3) หมายความว่า ปุ๋ยที่ได้จากการนำจุลินทรีย์ ที่มีชีวิตที่สามารถสร้างธาตุอาหาร หรือช่วยให้ธาตอาหาร เป็นประโยชน์กับพืช มาใช้ในการปรับปรุงดินทางชีวภาพ ทางกายภาพ หรือทางชีวเคมี จุลินทรีย์ที่ใช้ผลิตปุ๋ยชีวภาพ มีหลายอย่าง ดังตารางที่ 3 แต่ที่ผลิตเป็นการค้าใน ประเทศไทยและมีการใช้ในหลายประเทศ คือ ปุ๋ยชีวภาพ ไรโซเบียม ตารางแสดงประเภทจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช   คุณสมบัติปุ๋ยชีวภาพตาม พรบ ปุ๋ยกำหนดใว้ต้องมีลักษระดังต่อไปนี้   จะเห็นว่าปุ๋ยชีวภาพคือปุ๋ยที่ต้องมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เราเรียกว่าจุลินทรีย์ ซึ่งต้องเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชและเป็นจุลินทรีย์ที่ระบุสายพันธ์ได้ชัดเจนและมีปริมาณจำนวนจุลินทรีย์ไม้น้อยกว่าที่ พรบ ปุ๋ยกำหนดไว้ ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านั้นจะทำหน้าที่ย่อยสลายเพื่อปลดปล่อยสารอาหารหรือทำการตรึงไนโตรเจนจากอากาศเพื่อมากักเก็บบริเวณผิวดินเพื่อให้พืชได้นำไปใช้ แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นจุลินทรีย์ในกลุ่มย่อยสลายอินทรีย์วัตถุเพื่อปลดปล่อยสารอาหารออกมาที่เกษตรกรนิยมนำมาใช้ เพราะฉนั้นจะเห็นว่าการใช้ปุ๋ยชีวภาพจะเกิดประสิทธิผลได้นั้นจะต้องมีอินทรีย์วัตถุเพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลายเพื่อปลดปล่อยธาตุอาหารอออกมาให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ ดังนั้นถ้าจะใช้ปุ๋ยชีวภาพในกลุ่มที่ทำหน้าที่ย่อยสลายอินทรีย์วัตถุเพื่อปลดปล่อยสารอาหาร อินทรีย์วัตุถคือสิ่งสำคัญที่ต้องมีเพราะพืชจะได้รับสารอาหารจากการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุนั้นเองไม่มีอินทรีย์วัตถุก็ไม่มีสารอาหารให้กับพืช เทคนิคการเลือกซื้อปุ๋ยชีวภาพ ผ่านมาตรฐานการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรหรือไม่ เราต้องมีความชัดเจนในการนำไปใช้ เช่นเราต้องรู้ว่าปุ๋ยชีวภาพชนิดนี้เมื่อเราใช้แล้วเราจะได้ประโยชน์อย่างไร เช่นเราเลือกใช้ปุ๋ยชีวภาพในกลุ่มที่ช่วยย่อยสลายฟอสเฟตให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ เพราะว่าในพื้นที่เพราะปลูกของเรามีสารฟอสเฟตหรือแร่หินฟอสเฟตอยู่ในปริมาณมากแต่อยู่ในรูปที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพืช ดังนั้นเราจึงเลือกใช้ปุ๋ยอินทรย์ชีวภาพในกลู่มที่สามารถย่อยสลายแร่ฟอสเฟตเหล่านั้นใหอยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ แบบนี้เรียกว่าชัดเจนในการนำไปใช้ครับ อย่างไรก็ตามการใช้ปุ๋ยชีวภาพอาจได้ผลไม่ชัดเจนเท่ากับการใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์แต่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งถ้าเรามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอื่นๆได้ครับจะเป็นการเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน      

ปุ๋ยอินทรีย์

ปุ๋ยอินทรีย์เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการทำเกษตรอินทรีย์ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ คือปุ๋ยที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติโดยเฉพาะวัสดุทางการเกษตร อาทิเช่น ฟาง ซังข้าวโพด ทลายปาล์ม ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการทำเกษตรอินทรีย์ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อใช้ในระบบการผลิตพืชอินทรีย์จึงต้องใส่ใจเรื่องที่วัตถุดิบที่นำมาผลิต ซึ่งมาตรฐานเรื่องปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถนำมาใช้กับแปลงปลูกผักระบบอินทรีย์ ได้กำหนดใว้ชัดเจนว่าปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจากขยะสดจากเทศบาล เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่สามารถนำมาใช้ในแปลงปลูกผักอินทรีย์ได้ จะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นปุ๋ยอินทรีย์เหมือนกันก็มิได้ความว่าจะปลอดภัยจากสารพิษตกค้างเหมือนกันทุกตัว ดังนั้นในปัจจุบันการนำปุ๋ยอินทรีย์มาใช้ในการเพราะปลูกระบบเกษตรอินทรีย์จะต้องใส่ใจที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพราะมันหมายถึงคุณภาพของการผลิตพืชผักอินทรีย์ที่ควรจะปลอดภัยจากการตกค้างของสารพิษต่างๆจริงๆ จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต้องรู้ข้อดีและข้อด้อยของปุ๋ยอินทรีย์ ข้อดีของ ปุ๋ยอินทรีย์ ปรับปรุงดิน เพิ่มความร่วนซุย เพิ่มความโปร่งของดิน เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ ปรับค่าความเป็นกรดด่างในดิน ปุ๋ยอินทรีย์อยู่ในดินได้นานกว่าปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์จะค่อยๆปลดปล่อยสารอาหารให้กับพืช จึงเกิดการสูยเสียได้น้อย มีธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชเกือบครบทุกธาตุ การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมของจุลินทรีย์ดิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการปลดปล่อยสารอาหารให้กับพืช จะเห็นได้ว่าข้อดีของปุ๋ยอินทรีย์คือการปรับปรุงดินให้มีลักษณะทางกายภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช เรามาดูจุดด้อยของปุ๋ยอินทรีย์กันบ้าง ข้อด้อยของ ปุ๋ยอินทรีย์ มีปริมาณธาตุอาหารน้อยโดยเฉพาะธาตุอาหารหลักซึ่เป็นธาตุอาหารที่พืชต้องใช้ในปริมาณมากเพื่อสร้างการเจริญเติบโต ปลดปล่อยธาตุอาหารช้าเมื่อเทียบกับปุ๋ยเคมี ราคาแพงเมื่อเทียบปริมาณสารอาหารในปริมาตรที่เท่ากัน ยากต่อการนำไปใช้เมื่อเทียบปุ๋ยเคมีเมื่อต้องใส่ให้ได้ปริมาณสารอาหารที่พืชต้องการ การใส่ปุ๋ยอินทรีย์มากเกินไปเมื่อเกิดการชะล้างอาจทำให้เกิดการสมของไนเตรทในน้ำใต้ดินซึ่งเป็นอันตรายเมื่อมีการบริโภคน้ำใต้ดิน ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำจากมูลสัตว์ผ่านการย่อยสลายไม่สมบูรณ์ อาจมีการปนเปื้อนโรคแมลงศัตรูพืช เมื่อนำไปใช้อาจเกิดการระบาดของโรคในแปลงเพราะปลูกได้ เมื่อได้เห็นข้อดีและข้อด้อยของปุ๋ยอินทรีย์กันแล้วดังนั้นการนำไปใช้จึงต้องพิจราณาถึงความเหมาะสมรวมถึงความคุ้มค่า และถ้าเราสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใว้ใช้เองได้จะช่วยลดต้นทุนการในเรื่องปัจจัยการผลิตได้เป็นอย่างมากเลยครับ โดยเฉพาะในปัจจุบันกระแสเกษตรอินทรีย์กำลังมาแรงรวมถึงพืชผักผลไม้ที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ก็ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีถึงแม้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักผลไม้อินทรีย์ จะต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่าผักผลไม้ทั่วไป และยังส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรงทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าการทำเกษตรแบบใช้สารเคมีและการทำเกษตรอินทรีย์ยังทำให้สุขภาพของเกษตรกรดีขึ้น มีร่างกายแข็งแรง ลดการสะสมของสารพิษในร่างกายซึ่งมักเป็นสาเหตุทำให้เกษตรกรเกิคโรคต่างๆ ดังนั้นจะเห็นว่าการทำเกษตรอินทรีย์นั้นส่งผลดีต่อผู้บรโภคและผู้ผลิตเป็นอย่างยิ่ง

ปุ๋ยทางใบ คีเลตกรดอะมิโน ทางด่วนในการให้ธาตุอาหารที่พืชต้องการอย่างเร่งด่วน

การให้ปุ๋ยทางใบ ในรูปคีเลตกรดอะมิโน เป็นการให้ธาตุอาหารโดยตรงกับแหล่งผลิต พืชจึงนำไปใช้ตามต้องการอย่างทันถ่วงที การให้ปุ๋ยทางใบ มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพืชที่ขาดธาตุอาหารรองและจุลธาตุ อาจเนื่องด้วยข้อจำกัดบางประการที่ทำให้การให้ปุ๋ยทางดินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ ดังนั้นการเสริมทางใบจึงมีความจำเป็น เพื่อเติมธาตุอาหารที่พืชขาดให้ได้รับอย่างทันต่อความต้องการนำไปใช้ในการเจริญเติบโต  เรามาทำความรู้จักรูปแบบปุ๋ยที่เหมาะสมต่อให้ทางใบกันเลยครับ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักข้อดี ข้อเสียของปุ๋ยในแต่ละรูปแบบกันครับ การให้ปุ๋ยทางใบส่วนใหญ่เป็นการให้เพื่อเสริมธาตุอาหารรองและจุลธาตุซึ่งเป็นธาตุที่มักพบในดินปริมาณน้อย โดยเฉพราะพื้นที่ ที่ทำการเพราะปลูกมาอย่างยาวนานและมีการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว จึงทำให้ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมถูกใช้ไปในสร้างผลผลิต และถูกนำออกไปจากพื้นที่โดยติดไปกับผลผลิต เมื่อนานไปในพื้นดินเหล่านี้จึงขาดธาตุพวกนี้ ถึงแม้พืชจะใช้ธาตุเหล่านี้ในปริมาณน้อย แต่ในปัจจุบันพบว่าพืชขาดธาตุที่ต้องการในปริมาณน้อยเหล่านี้ไม่ได้เช่นกัน การขาดธาตุอาหารรองและจุลธาตุเหล่านี้ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตอย่างชัดเจน ดังนั้นการให้ปุ๋ยที่มีสารอาหารเหล่านี้จึงมักให้ทางใบเสริมกับการให้ทางดิน ปุ๋ยที่สามารถให้ทางใบ มี 3 รูปแบบ  ปุ๋ยในรูปของเกลืออนินทรีย์ ข้อดีของปุ๋ยในรูปเกลืออนินทรีย์ ราคาถูก และ ละลายน้ำได้ง่าย แต่การใช้ปุ๋ยรูปเกลืออนินทรีย์กลับเป็นรูปที่พืชได้รับน้อยที่สุด ปัญหาหลักของเกษตรกรในการผสมปุ๋ยเกลืออนินทรีย์เหล่านี้เกิดจากการใช้น้ำคลองผสมปุ๋ยซึ่งน้ำคลองอาจมีสารที่สามารถทำปฎิกริยากับไอออนโลหะในรูปเกลืออนินทรีย์ เกิดเป็นของแข็งตกตะกอน ซึ่งเป็นรูปที่พืชดูดซึมไปใช้ไม่ได้ และถ้าธาตุอาหารในรูปกลือมีประจุลบ การซึมผ่านปากใบอาจทำได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเนื่องจาก เพราบริเวณปากใบมีประประจุลบจำนวนมากอาจเกิดการผลักดันกับประจุของธาตุอาหาร  ปุ๋ยในรูปของ คีเลตสังเคราะห์ การให้ธาตุอาหารรองและจุลธาตุในรูปของสารคีเลตสังเคราะห์ จะมีประสิทธิภาพมากกว่า การให้ปุ๋ยในรูปเกลืออนินทรีย์ ในหลายๆด้านด้วยกันธาตุอาหารที่อยู่ในรูปสารคีเลตสังเคราะห์มีประจุเป็นกลาง จึงไม่มีปัญหาในการซึมผ่านปากที่มีประจุลบเป็นจำนวนมาก ธาตุอาหารในรูปคีเลตสังเคราะห์ จะไม่เกิดการตกตะกอน เพราะไม่เกิดการทำปฎิกริยากับไอออนของธาตุอาหาร จึงเคลื่อนย้ายเข้าสู่เซลย์พืชได้ดีกว่าปุ๋ยในรูปเกลืออนินทรีย์ ข้อจำกัดสำหรับปุ๋ยในรูปคีเลทสังเคราะห์ คือ มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ทำให้ซึมผ่านช่องเปิดของผิวใบได้ยาก และจากการศึกษาวิจัยผลระทบในการใช้ปุ๋ยในรูปสารคีเลตสังเคราะห์พบว่า มีความเป็นพิษต่อพืช  ปุ๋ยในรูปของคีเลตกรดอะมิโน […]